หากให้เอ่ยชื่อแบ็คขวา “ท็อปทรี” พรีเมียร์ลีก เชื่อว่าหลายคนต้องนึกถึง เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ อยู่ในลิสต์แน่นอน หลังจากที่เจ้าตัวทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จนก้าวมาเป็นตัวหลักของทีมหงส์แดงในวัยเพียง 21 ปีเท่านั้น กว่าจะมาถึง 100 นัดของ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ มันมีเรื่องราวมากมายอยู่เบื้องหลังที่น่าสนใจ ซึ่งต้องบอกเลยว่าฝีเท้าของเด็กหนุ่มสเกาเซอร์รายนี้พัฒนาขึ้นแบบก้าวกระโดด หลังจากที่ได้รับโอกาสลงเล่นฟุตบอลอาชีพนัดแรกให้กับสโมสรในช่วงแค่ 2-3 ปีหลังมานี่เอง สายสัมพันธ์ระหว่าง เทรนต์ กับลิเวอร์พูลนั้นเริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อปี 2004 ตอนที่เขาเรียนอยู่ที่โรงเรียนประถมศึกษา เซนต์ แมทธิวส์ คาทอลิก และทางโรงเรียนถูกทางสโมสรหงส์แดงเชื้อเชิญให้ไปร่วมแคมป์ฟุตบอลฤดูร้อน gclub  ต่อมาโค้ชทีมเยาวชนในยุคนั้นของลิเวอร์พูล เอียน บาร์ริแกน ก็เล็งเห็นแววของเจ้าหนู เทรนต์ จนได้ยื่นข้อเสนอให้เข้าร่วมทีมอะคาเดมี่ของสโมสร ในขณะที่เขามีอายุเพียง 6 ขวบ ฝีเท้าของ เทรนต์ ถูกยกระดับจนก้าวขึ้นไปเป็นกัปตันทีมชุดยู-16 และยู-18 ภายใต้การคุมทีมของ เป๊ป ลินเดอร์ส ซึ่งในช่วงเวลานั้นเขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนไปเตะตา เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่ดึงขึ้นไปเล่นให้ทีมชุดใหญ่ จนได้รับโอกาสลงสนามนัดแรก ซึ่งเป็นวันที่ทีมชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ไป 2 ประตูต่อ 1 ของศึกลีก คัพ วันที่ 25 ตุลาคม 2016 ในตอนนั้นแบ็คขวาขาประจำของทีมมีทั้ง นาธาเนี่ยล ไคลน์ ที่ทำผลงานได้โดดเด่นกับสโมสรและทีมชาติ ยืนเป็นตัวหลัก และมีสำรองไม้แรกอย่าง โจ โกเมซ ดาวรุ่งพุ่งแรงอีกคนที่เล่นได้ทั้งเซ็นเตอร์แบ็คและแบ็คขวา แต่ต้องบอกว่าเป็นเรื่องของโชคชะตาฟ้าลิขิตแท้ๆ เมื่อ ไคลน์ ก็โดนอาการบาดเจ็บกับความคงเส้นคงวาที่เคยมีลักพาตัวหายไป ส่วนตัวเลือกแรกอย่าง โกเมซ ก็ได้ลงเล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คคู่กับ ฟาน ไดคจ์ ไปแล้ว จึงทำให้โอกาสในการลงเล่นแบ็คขวานั้นตกมาถึง เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์  ในช่วงแรกๆ เทรนต์ ไม่ได้เป็นดาวรุ่งพุ่งแรงหรือโดดเด่นจัดจ้านมากมายนัก มิหนำซ้ำกลับโดนวิจารณ์เรื่องเกมรับอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในเกมแดงเดือดเมื่อฤดูกาล 2017/18 ที่เขาโดน มาร์คัส แรชฟอร์ด หลอกจนหัวทิ่ม และมีส่วนพลาดกับทั้งสองประตูที่เสียไป ทำให้ต้นสังกัดบุกไปพ่าย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2 ประตูต่อ 1 ด้วยปัญหาในเกมรับนี้เองที่ทำให้ คล็อปป์ ตัดสินใจดร็อปเขาจากตัวจริงในเกมที่ลิเวอร์พูลบุกไปแพ้ให้กับบาร์เซโลน่า 3-0 ในรอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามด้วยทัศนคติที่ยอดเยี่ยมบวกกับการซ้อมหนักจนเอาชนะใจเทรนเนอร์ชาวเยอรมันได้สำเร็จ จนได้กลับมามีชื่อเป็นตัวจริงอีกครั้งในนัดที่สอง และเจ้าตัวก็ตอบแทนด้วยการทำ 2 แอสซิสต์ และที่เป็นทีเด็ดคือการเปิดลูกเตะมุมแบบไม่คาดคิดให้ ดิว็อค โอริกี้ ยิงประตูตอกฝาโลงบาร์ซ่าไป 4-0 เป็นที่ฮือฮาถึงกึ๋นในฟุตบอลกันไปทั่วโซเชียล เทรนต์ จบฤดูกาล 2018/19 ด้วยการเป็นกองหลังที่แอสซิสต์มากที่สุดในศึกพรีเมียร์ลีกต่อหนึ่งซีซั่น ด้วยจำนวน 12 แอสซิสต์ คว้ากินเนสส์บุ๊คไปครอง พร้อมกับถูกโหวตติดทีมยอดเยี่ยมของพีเอฟเอ ช่วยให้ ลิเวอร์พูล จบรองแชมป์ด้วยการมีถึง 97 คะแนน  เสาร์ที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ลงเล่นเกมที่ 100 ให้กับลิเวอร์พูล และเป็นเกมที่เขาช่วยให้ทีมเฉือนชนะ แอสตัน วิลล่า 2 ประตูต่อ 1 โดยทำแอสซิสต์สุดสำคัญในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ครอสบอลสุดสวยให้ ซาดิโอ มาเน่ โหม่งทำประตูชัยได้สำเร็จ ลงเล่นนัดที่ 100 ให้ลิเวอร์พูลของ เทรนต์ ในวัยเพียง 21 ปีกับอีก 26 วัน ทำให้เขาได้กลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดลำดับที่ 4 ในประวัติศาสตร์ของสโมสร ต่อจาก ไมเคิล โอเว่น (19 ปี 363 วัน), ราฮีม สเตอร์ลิ่ง (20 ปี 6 วัน) และ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ (20 ปี 167 วัน) เชื่อเหลือเกินว่าบทบาทกัปตันทีมที่เจ้าตัวต้องการนั้นจะอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม หากเทียบอายุผู้นำทีมคนปัจจุบันอย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่ปาไป 29 ปีแล้ว และคงไม่แปลกเช่นกันหากว่าตำแหน่งกัปตันทีมคนต่อไปจะตกเป็นของสเกาเซอร์ที่มีชื่อว่า “เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์“